“อย่าคิดว่าจะมีแต่เรื่องร้าย ๆ ให้ได้รับฟังตลอดเวลา”
ประโยคนี้ผุดขึ้นมาในห้วงสำนึก หลังจากวางสายโทรศัพท์กับสหายธรรมท่านหนึ่งไป วันนี้ฉันได้รับโทรศัพท์เรื่องยุ่ง ๆ (ถ้าภาษาใต้ เขาจะใช้คำว่า “ตั้งแต่หัวรุ่งหรือหัวเช้า”)
หลายเรื่องเป็นเพราะความที่ชอบถอดรองเท้าเดิน
แล้วก็เอาเท้าออกไป...หาเรื่องยุ่งอยู่บ่อย ๆ
อันว่าในหลาย ๆ เรื่องนั้น อันที่จริงก็ไม่ใช่ “เรื่อง” ที่ฉันต้องรับรู้ มิพักต้องเอ่ยว่าในขณะนั้น ๆ ฉันไม่ได้ทำหน้าที่หมอดู ไม่ต้องใช้วิชาโหราใด ๆ
แค่ใช้ “วิชาฟัง” ก็เยอะเรื่องอยู่
ถ้าเป็นเมื่อก่อนยิ่งหนัก เคยมีเธอผู้หนึ่ง โทรฯ มาเพื่อจะเล่าเรื่องความทุกข์ความลับของ(คนอื่น ๆที่เธอไปทำตัวสนิทสนมไว้ทั่วเมือง)
ให้ฉันฟังทุก ๆ แปดโมงเช้าของทุกวัน
ขอสารภาพว่า มีหลายหนที่ฉันต้องแอบคิดว่า นี่เธอกำลังบำบัดตัวเอง
ด้วยการพูดถึงความทุกข์ขมขื่นของผู้อื่น เพื่อให้ตัวเองรู้สึกทุกข์น้อยลงหรือไงกัน.....
...ช่างเถอะ ทุกวันนี้ฉันและเธอแยกย้ายเส้นทางชีวิต ...ไม่ต้องฟังแล้ว
การทำงานในหน้าที่ของหมอดู นักพยากรณ์ นักโหราศาสตร์
โดยเฉพาะในเมืองไทยที่มีนักจิตวิทยาจบการศึกษามาตามแบบแผนวิธีการนั้น
นับว่าน้อยมากจนแทบจะนับตัวได้
...นี่เป็นเหตุให้คนไทยต้องพึ่งหมอดู
แต่ทุกวันนี้อย่าว่าแต่คนไทยเลยค่ะ
ลองเปิดเวปไซต์ดูได้ มีทุกที่ทั่วโลก
เวปของคนตะวันตกที่ว่าเลอเลิศในอารยธรรม และเป็นวิทยาศาสตร์
ไม่งมงายเหมือนคนบ้านเรานั้น
.... บางแห่งบางที่มีทั้งขู่ทั้งปลอบ
ลดแลกแจกแถมเรื่องสะเดาะเคราะห์ โชคชะตากันเต็มที่
ไม่มีอะไรต่าง...คน...ที่ไหนก็เหมือนกัน
เพื่อนฉันคนหนึ่งบอกมาว่า เธออย่าคิดมาก
ฉันก็ไม่ชอบอาชีพโน้น อาชีพนี้ตามประสา
ที่สุด...ฉันอยากบอกดัง ๆ อีกที ทุกอาชีพล้วนมีคุณค่าในตัวเอง
มนุษย์ต่างเล่นบทบาทสมมตินั้นได้เนียนแท้แค่ไหน
ก็อยู่ที่ศีล และการใช้ปัญญา
ขอย้อนกลับมาเรื่องอาชีพหมอดู ที่ต้องใช้การฟังเป็นหลัก
จุดเด่น ๆ ที่ต้องผู้ที่ประกอบสัมมาชีพนี้ต้องผ่านให้ได้คือ
“รู้จักฟัง” และ “ฟังให้เป็น”
ฟังแล้วต้องรู้จักเลือกเก็บ เลือกทิ้ง
ข้อมูลไหนที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่น ก็เก็บไว้ในลิ้นชักสำรองยามฉุกเฉิน
เผื่อมีผู้ที่ต้องการข้อมูลอ้างอิง ก็จะได้หยิบใช้ได้ถูกที่ถูกเวลา
ข้อมูลบางอย่างที่ล้นเกิน อาจต้องหาเทคนิคพิเศษ
“ใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัส” ณ ขณะที่ทำหน้าที่ฟังก็ย่อมได้
ผู้ใดที่เป็น(หมอดู) แล้วไม่เคยใช้โปรแกรมนี้เลย
ลองใช้ดูนะคะ มีประโยชน์มาก
เพื่อนหลายคนบอกว่า ฉันไม่ทำหรอก อาชีพอย่างเธอ
วัน ๆ นั่งฟังแต่เรื่องทุกข์ของชาวบ้าน
แน่นอนค่ะ
ฉันเอง...ในฐานะมนุษย์ปุถุชน ในบางครั้งก็ย่อมรู้สึกว่าเรื่องทุกข์เหล่านั้น
เป็นข้อมูลที่รู้สึก ล้นเกิน
แต่หลายครั้งหลายหนทีเดียว ที่ได้หยิบใช้”สิ่งล้นเกิน”นั้นเอามา
“รีไซเคิล”ใหม่ เป็นของคุณภาพที่นึกไม่ถึง
“ทุก ๆ ครั้งที่มีโทรศัพท์ อย่าคิดว่าจะมีแต่เรื่องร้าย ๆ ให้ได้รับฟังตลอดเวลา”
ประโยคนี้ผุดขึ้นมาในห้วงสำนึกอีกครั้ง
สายแล้ว ฉันลองกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนธรรมผู้หนึ่ง ด้วยต้องการคำปรึกษาเรื่องงานบางอย่าง เธอไม่รับสาย แต่กลับโทรฯ กลับมาว่า “พี่ ๆ กำลังจะให้พรพอดี”
“อ้าว เหรอ งั้นพี่รอรับพรเลยแล้วกัน” ฉันดีใจ รีบตอบกลับไปนึกในใจ โชคดีจัง
“ชยันโต โพธิยา มูเล......................................................”
เสียงหลวงตานี่นา ตัวปิติเกิด ทำงานเต็มที่
พลังแห่งเสียงสวดมนต์นั้นส่งคลื่นมาแรงกระทั่งกายสังขารต้องทำหน้าที่
น้ำตารื้นด้วยความความอิ่มใจ
และโดยฉับพลัน ท่านั่งสบายเอกเขนกกลับเตรียมพร้อมสำรวม
ประดุจอยู่ต่อหน้าผู้ทรงศีล
หลวงตาให้พรสั้น ๆ กระชับ ได้ใจ ถึงใจ
ฉันวางสายหลังจากขอบอกขอบใจเพื่อนและอนุโมทนา
กระแสบุญ กระแสจิตที่บริสุทธิ์ เป็นเช่นนี้เอง
....ปัจจังตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ
“ทุก ๆ ครั้งที่มีโทรศัพท์ อย่าคิดว่าจะมีแต่เรื่องร้าย ๆ ให้ได้รับฟังตลอดเวลา”
ถ้ามี ก็กดปุ่ม “แอนตี้ไวรัส” ระวังใจ ไม่ส่งจิตออก ไหลตาม...ก็เท่านั้น
แต่ขนาดว่าหลัง ๆ นี้ใช้โปรแกรม”แอนตี้ไวรัส” ได้บ่อยและทันเวลา
ทันเหตุการณ์มากขึ้นแล้ว ก็ยังไม่วายที่เจ้าความเครียดย่อมเล็ดลอดไปสะสม
อยู่โดยไม่ทันรู้ตัว
ล่าสุด ฉันลากสังขารตัวเองไปให้หมอนวดเขาได้ทำหน้าที่บ้าง
ขณะที่ปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อน ให้หมอนวดผู้นี้ทำหน้าที่ของตัวเองได้เต็มที่
หมอนวดวินิจฉัยอาการต่าง ๆ ที่ตกค้างอยู่กับร่างกายฉัน
หมอนวดซึ่งก็รู้ว่าฉันมีอาชีพที่ชาวบ้านเขาเรียกง่าย ๆ ว่าหมอดู
ก็ไม่รีรอที่จะบอกฉันว่า
“พี่ครับ พี่อย่าเครียดมากนะครับ”
“บอกคนอื่นให้ปล่อยวาง บอกตัวเองด้วยนะครับ”
“..
....
....
.....”
ขอบคุณหมอนวดใจดี ที่ทำให้ฉันยิ่งตระหนักถึง “การทำหน้าที่”
ให้ถูกต้องตามกาละเทศะ
อันเป็นผลให้จิตและกายฉัน “เบิกบานโดยพลัน” ในเย็นวันนั้น